บทที่ 7 สถาปนิกคนใหม่
ปัจจุบัน
“แกๆ ดูนั่นสิ นั่นไงสถาปนิกคนใหม่ที่เขาว่าเป็นกิ๊กพี่ปรานน่ะ”
“ใช่เหรอแก”
เสียงกระซิบกระซากที่ดังเข้ามาในโสตประสาททำให้คนที่เผลอย้อนคิดถึงเรื่องที่เธอเสียรู้เพื่อนเข้าอย่างจังต้องตื่นจากภวังค์...นี่คือสิ่งที่เธอจะต้องเจอเพราะการเสียรู้เพื่อนในวันนั้นอย่างไรล่ะ
“ฉันว่าใช่”
“แน่เหรอ”
เสียงกระซิบกระซาบยังคงดังให้ได้ยิน คริษฐาลอบกลอกตาก่อนจะหันหน้าไปหาสองสาวที่กำลังกระซิบกันอยู่ “สงสัยอะไรไม่ต้องกระซิบกระซาบกันก็ได้นะคะ ถามเจ้าตัวได้ ไม่กัดค่ะ”
“เอ่อ...”
“คุณเป็นอะไรกับพี่ปรานคะ” หนึ่งสาวตกใจ แต่อีกหนึ่งสาวใจกล้าถามออกมาตรงๆ
...โอเค เธอบอกว่าถามได้ อีกฝ่ายกล้าถามมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“นะ...นั่นสิ คุณเป็นอะไรกับพี่ปราน”
“เป็น...” หญิงสาวลากเสียงยาวก่อนจะยักไหลอย่างยียวน “เป็นอะไรดีล่ะ”
สองสาวผู้กล้าถึงกับอ้าปากค้าง สถาปนิกสาวแอบขำกับท่าทีนั้นของสาวๆ ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงยียวน “ขอโทษนะคะ ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นอะไรดี ไว้นึกออกแล้วจะมาตอบนะคะ ขอตัวค่ะ”
คริษฐาไม่อยากสร้างศัตรู แต่หญิงสาวก็ขี้เกียจที่จะทำตัวใสๆ กับสองสาวที่ท่าทางดูเกรงใจ แต่สายตาไม่ได้เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ก็เนื้อแท้แล้วเธอไสยๆ ไม่ใช่ใสๆ นี่นา
หญิงสาวไม่สนใจว่าสองสาวพนักงานจะมีท่าทีอย่างไร เธอยังคงเดินตรงไปยังเส้นทางที่เธอมาดหมายจะไปก่อนจะต้องหยุดนิ่งหันกลับไปมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าสายตาหลายคู่มองไปยังด้านหลังเธอ
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบตั้งแต่หัวจดเท้า รูปหน้ารวมๆ คล้ายกับนริศอยู่หลายส่วน...หรือนี่จะเป็นท่านประธานคนใหม่?
ชายร่างสูงก้าวผ่านหน้าคริษฐาและพนักงานที่อยู่แถวนั้นไปโดยไม่ได้สนใจ ทว่ากลับทำให้หลายคนตกหลุมเสน่ห์จนต้องเอี้ยวคอมองตาม รวมถึงคริษฐาที่มองตามร่างสูงไปจนสุดสายตาก่อนจะกลอกตา...หล่อเหลือเกินละพ่อคุณ
เธอละเบื่อคนที่มีบุคลิกแบบผู้ชายที่เพิ่งเดินผ่านไปนี่เสียจริง ขรึมๆ ลึกลับๆ...ไม่ปลื้มเลยสักนิด
เหมือนไอ้บ้าบางคนนั่นน่ะ...
เช้านี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการแนะนำตัวท่านประธานคนใหม่ที่เข้ามารับช่วงแทนนริศ บอสคนใหม่ของ NTK Interior Architect มีชื่อว่านนทกร หรือนนท์ ชายหนุ่มอาศัยอยู่ต่างประเทศมาโดยตลอดและจบปริญญาโทด้านการบริหารมาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก สาวๆ ในบริษัทต่างก็มีความเห็นตรงกันว่าบอสคนใหม่เป็นหนุ่มหล่อเพียบพร้อมที่สาวๆ พร้อมจะยกหัวใจให้ครอบครอง ทำเอาปวินที่เคยถูกยกให้เป็นหนุ่มหล่อในฝันประจำบริษัทถึงกับโดนลดขั้นลงมาเป็นที่สองไปโดยปริยาย
“หล่อขนาดนั้นเชียว เหอะ ไม่เห็นหล่ออะ” จีรชาพูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ในความนิยมของบอสคนใหม่ก่อนจะเบ้ปากมองบน...เธอไม่เห็นว่าบอสคนใหม่จะหล่อตรงไหนเลย สู้ผู้ชายหล่อๆ หลายคนที่เธอรู้จักก็ไม่ได้
“เออ ฉันก็ว่า ไม่เห็นจะหล่อเลย” คริษฐาแทรกเสียงขึ้น เธอเห็นด้วยกับจีรชาและรู้สึกได้ว่าที่สาวๆ ในบริษัทพูดกันนั้นมันเกินความจริงไปเยอะ
“ใช่ซี้ ชีวิตพวกแกห้อมล้อมด้วยผู้ชายหล่อนี่ พวกแกเลยเห็นว่าธรรมดา แต่จะบอกให้นะชะนี...” กรินยกรแย้งก่อนจะสาธยายตามความรู้สึก “บอสนนท์น่ะอย่างหล่ออะแก ฉันไม่เคยเห็นใครดูลึกลับน่าค้นหาแบบบอสนนท์มาก่อนเลย แบบว่า...อยากเข้าไปค้นหาใกล้ๆ เลยว่ะ”
“ตุ๊ดแรด” สองสาวเอ่ยพร้อมกันก่อนจะส่ายหน้า เจอผู้ชายคนไหนกล้ามใหญ่ๆ หน้าตาดีๆ หน่อยกรินยกรก็เป็นอย่างนี้ตลอดนั่นละ ทำไมพวกเธอจะไม่รู้
“แหม...เรื่องด่าฉันนี่สามัคคีกันจังนะยะ แต่ช่างเถอะ ฉันยอมเป็นตุ๊ดแรดเพื่อบอสนนท์คนหล่อ”
“จ้ะ” สองสาวที่ไม่ได้มองว่านนทกรหล่อเหลาอย่างที่สาวๆ พูดถึงกันตอบรับอย่างประชดก่อนจะมองบน...กรินยกรเป็นเอามากเสมอเมื่อเจอผู้ชายหล่อ
“เชอะ พวกแกมันตาถั่ว บอสนนท์นะหล่อเหมาะสมจะเป็นพ่อของลูก”
“เพ้อเจ้อแล้วเกรซซี่ แกมีมดลูกเหรอ”
“นี่ๆ ไอ้ผู้ชายขี้อิจฉา แกไม่ต้องแสดงความเห็น ฉันรู้ว่าแกอิจฉาที่ทุกคนเห็นว่าบอสนนท์เหมาะจะเป็นสามีแห่งชาติของบริษัท แกไม่ต้องแสดง”
“เออๆ ไอ้ปรานมันขี้อิจฉา เหอะ ไปทำงานกันเถอะเคท ปล่อยไอ้กรินทร์มันปลื้มของมันไป” ปวินส่ายหน้าประชดใส่กรินยกรด้วยชื่อแรกเกิดของเพื่อนชายใจสาว ก่อนจะลุกขึ้นชวนคริษฐาไปยังไซต์งานโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของกรินยกรหรือกรินทร์ที่ไม่ค่อยชอบให้เรียกชื่อเก่าที่มีความหมายว่าพญาช้างสักเท่าไหร่
เพราะยังไม่มีโครงการใหม่เข้ามาปวินจึงขอให้คริษฐามาช่วยงานตนไปก่อน เวลาที่เขาจะไปไซต์งานจึงต้องชวนคริษฐาไปด้วย ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด...
“จริงๆ เล้ย เกรซซี่ก็ยังเป็นเกรซซี่ เพ้อแต่เรื่องผู้” ในตอนนี้...ไปทำงานดีกว่ามานั่งฟังกรินยกรเพ้อถึงท่านประธานคนใหม่
“ก็คุณนนท์เขาหล่อจริงนี่หว่า ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?”
“หล่อตรงไหน ขี้เก๊กซะมากกว่า เห็นแล้วเฉยๆ อะ” หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมกับยักไหล่
ปวินฟังจบไม่วายส่งเสียงล้อเลียนขึ้นทันใด
“ฮั่นแน่ หล่อสู้เฮียคีย์ไม่ได้อะดิ แกถึงว่าไม่หล่อ หลงผัวนะเราเนี่ย”
“ไม่ได้หลง และอีกอย่าง...ไม่ใช่ผัวด้วย อดีตย่ะ อดีตผัว ไม่ใช่ผัว” เธอแย้งก่อนจะพยายามตีหน้าดุใส่ปวินให้หยุดพูด แต่ปวินก็ยังไม่วายล้อต่อ
“อดีตแน่เร้อ”
“สักเปรี้ยงมั้ยจะได้มั่นใจว่าแน่”
“กลัวแล้วจ้า ฮ่าๆๆ”
“ปากหมา” ริมฝีปากจิ้มลิ้มว่าเข้าให้ ก่อนคริษฐาจะก้าวนำร่างสูงไปราวกับคนรู้ทาง ปวินหัวเราะน้อยๆ แล้วจึงเดินตามไป
